ง่าวววววววววววววว >3< Fandom คู่ใหม่อ่า Fandom
คู่ใหม่ค่ะ >,.< แบบว่าชอบหนังเรื่องนี้มากเลยค่ะ เอ็กซี่วิ่งตามลุง เอ็กซี่มาหาลุง และเอ็กซี่เป็นของลุง อร้ายยยยยยย !! >{}< //เป็นเอามาก -..- // เงิบ
อันที่จริงไรท์เขียนเรื่องนี้เสร็จได้สักพักแล้วค่ะ แต่ว่าติดนู่นติดติดนี่ และอ่านทวนเรื่องนี้แก้ไขอะไรอีกเล็กน้อยค่ะ เลยค่อนข้างล่าช้า แต่ที่ช้าสุดคือหาฤกษ์นี่ล่ะค่ะ
//ได้ข่าวว่าแกอยากจะลงเมื่อไรก็ลงไม่ใช่เหรอ//
อ๊ากกกกก ในหนังนี่ลุงแฮร์รี่ก็เอาใจไรท์ไปตั้งแต่เค้าล็อคประตูหลังจาก
“กริยาส่อสกุล” แล้วค่ะ อร้ายยยยยย
ไรท์อึ้งอ่ะ เอ็กซี่ก็อึ้งด้วย อิๆ
>< เอ็กซี่นี่เด็กน้อยมาก ชอบตอนเค้าขโมยรถแล้วทำหน้าลิงโลดเหมือนเจอเสือดาวโผล่ออกมาจากหมวกนักมายากล
ฮาาาาา หน้าซุกซนได้อีกค่ะ ><
แต่ตัวจริงของเอ็กซี่ คือ Taron Egerton มันน่าตบมากเลยค่ะ ตอนไปโปรโมทหนัง Kingsman
กะลุงโคลิน (แฮร์รี่)
แล้วเสนอหน้า(ตัว)เข้าหาลุงมากเลยค่ะ >< 5555
แบบว่า โหยยย ทารอนนนนน.....ระวังโดนพี่สาวไรท์จับตบนะคะ 5555 พี่แคร์ใจเย็นค่ะ //ล็อคตัวจากด้านหลัง// 555 มีนอกเรื่อง บ้าได้อีก -_-^ //แต่พี่แคร์พูดจริงนะเออ
ถ้าทารอนมาเมืองไทยเมื่อไร พี่แคร์จะไปตบ โทษฐานอ่อยลุงมากเกินไป 555//
//สักพักโดนร่มเสียบ//
อุก อั๊ก! รู้สึกเหมือนโดนเกลียดเข้าให้แล้ว ไปอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ ไม่รู้ว่าจะถูกใจกันไหมนะเออ ^^
**คำเตือน นี่อาจเป็นการสปอยล์อย่างรุนแรงแต่ไม่มากเท่าไร หากท่านใดประสงค์อยากจะรอดูแผ่นที่ออกมาวางขายตามเซเว่น
แล้วไม่อยากให้เสียอรรถรส เราขอแนะนำให้ปิดซะ
แต่หากท่านใดอยากลิ้มรสความเป็น Kingsman ฉบับ YAOI
ก็ขอให้ท่านได้เสพสูทกันจนอิ่มหนำสำราญไปเลยค่ะ**
-----------------------------------------------------------------------------------------------
“เอ็กซี่ ร็อกซี่...เธอสองคนทำดีมาก”
“หนึ่งในพวกเธอจะได้เป็น Kingman.......แต่ก่อนอื่นพวกเธอมีเวลา
24 ชั่วโมง.....”
.
.
******************************************************************
.
.
“ผมทำดีใช่ม้า?”
เอ็กซี่อ้าเสื้อที่เค้าซุกมือไว้ข้างในออกอย่างภูมิใจ
ในขณะที่กำลังเดินตามชายใส่ชุดสูทที่ทำให้ชีวิตเค้าเปลี่ยนไป
แต่ชายคนที่ถูกถามด้วยเสียงแจ่มใสกลายๆ
ดีใจของเด็กหนุ่มไม่ว่ากระไรเพียงแค่เดินต่อไปเรื่อยๆ ตามทางที่เค้าคุ้นเคยเพียงเท่านั้น อันที่จริงคำตอบของคำถามนั้นเค้าเลือกที่จะเก็บไว้ในใจ.......ตลอดเวลาที่ผ่านมาในชีวิตของเค้า
ทำให้รู้ว่าการพูดน้อยก็ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรนัก
เอ็กซี่มองตามหลังคนที่ตนเองเพิ่งถามไป แล้วก็ต้องยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างรอคอยคำตอบ
และเค้าก็พบว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกหากแฮร์รี่เลือกที่จะไม่ตอบหนึ่งในคำถามมากมายของเค้า
แต่เอ็กซี่ก็ยังคงพยายามสาวเท้าให้เร็วเท่าคนที่เดินนำเค้าไป จนในที่สุดเด็กหนุ่มก็ดีดตัวออกจากจุดยืนเก่าแล้วไปยืนเทียบข้างกับคนนำทาง
“แล้ว.....เราจะใช้เวลา 24
ชั่วโมงนี้ของผมที่ไหนล่ะ?” เด็กหนุ่มที่แต่งตัวบ่งบอกถึงวัยของตัวเองอย่างเห็นได้ชัดหยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อมาถึงทางที่เค้าเริ่มจะจำได้ และเป็นครั้งแรกที่แฮร์รี่ตอบคำถามของเค้าตั้งแต่เค้าเริ่มพูดไม่หยุด
“บ้านของฉัน”
“เยี่ยมไปเลย!......เอาดิ อย่างน้อยก็ดีกว่าบ้านของผมเป็นไหนๆ อยู่แล้ว”
เอ็กซี่ยิ้มแย้มก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งรุดหน้าไปที่ประตูหน้าบ้านก่อนอย่างตื่นเต้นไม่ต่างอะไรไปจากเด็กๆ
เลย
หลังจากที่เจ้าของบ้านไขกุญแจเปิดให้แขกสุดใจร้อนเข้าไปแล้ว เอ็กซี่ก็มองสำรวจไปทั่วตัวบ้านดั่งเช่นครั้งแรกที่เค้าเข้ามา
ใบหน้าของเด็กหนุ่มดูมองหาความสนุกอยู่ตลอดเวลา
แต่พอสบตาเข้ากับกรอบแว่นเลื่อมแสงของแฮร์รี่แล้วเค้าก็ถึงกับต้องซ่อนแววตาสนุกสนานนั้นลง ดวงตากลมโตหลุบต่ำพร้อมทั้งกุมมือไว้ด้านหน้าอย่างสงบเนื้อสงบตัว แล้วห่อตัวน้อยๆ
................แม้จะซุกซนเพียงใดแต่เอ็กซี่ก็ให้เกียตริแฮร์รี่ตลอดเสมอ.............
“บ้านฉันไม่ใช่สวนสนุกเอ็กซี่
เลิกมองหาที่เกาะแกะได้แล้ว” และดูท่าชายที่อายุมากกว่าก็ไม่ได้ตำหนิเด็กหนุ่มแต่อย่างใด ติดจะเอ็นดูเสียด้วยซ้ำ...........แฮร์รี่ชอบที่จะสอนเอ็กซี่เสมอ
“เธอดูแตกต่างจากพ่อของเธอในส่วนนี้นะ”
แฮร์รี่ว่า แต่เอ็กซี่หน้าบูด
“ก็แหงอยู่แล้ว ผมไม่ใช่พ่อนี่” ว่าพลางยักไหล่แล้วทำหน้าเซ็งๆ
ผิดจากตอนแรก “เค้าคงจะเคยมาที่นี่เหมือนผมใช่ไหมฮะ” เอ็กซี่ไหวไหล่อีก แต่แฮร์รี่ที่ถอดเสื้อนอกออกหันกลับมามองเค้า
เห็นดวงตากลมโตที่กลับมาฉายแววสุใสอีกครั้งอย่างที่เคยเป็น
“ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าลีเคยมาที่นี่”
แฮร์รี่ถอดเสื้อนอกออก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เค้าดูเหมือน
CEO บริษัทน้อยลงเลย และเอ็กซี่เลิกคิ้วใส่เค้าหลังจากที่แฮร์รี่เอ่ยจบ
“พ่อของเธอก็มาถึงจุดนี้.....จุดเดียวกับเธอ”
เค้าพูดก่อนที่จะเดินไปอีกฝั่งหนึ่งเปิดขวดวิสกี้แล้วรินใส่แก้วเพียงน้อยนิดตามสูตร หันกลับมาแล้วเห็นเอ็กซี่มองเค้า แฮร์รี่ส่ายหน้า “ไม่ เธอดื่มไม่ได้......เธอยังเด็กไปเอ็กซี่ ไม่ควรดื่ม” ชายร่างสูงที่ยังคงแข็งแรงอย่างเหลือเชื่อพูดเสียงเด็ดขาด
แต่ทว่าน้ำเสียงแฝงไปด้วยความเป็นห่วง ก่อนชายร่างสูงจะหันกลับไปปิดขวดวิสกี้ที่เปิดคาเอาไว้
เด็กหนุ่มที่หน้าตาดูสดใสน้อยลงขยับไปนั่งเก้าอี้ด้านข้างอย่างเงียบเชียบ เอ็กซี่ทิ้งน้ำหนังลงไปบนพื้นเบาะที่นุ่มๆ นั้น นั่งมองแผ่นหลังภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อดีของเจ้าของบ้านที่กำลังคิดบางสิ่งในใจ
................จะว่าฟุ้งซ่านก็ได้ แต่แค่ตอนนี้แฮร์รี่กำลังหวั่นถึงเด็กคนนี้ว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิมเหมือนพ่อของเค้ารึเปล่าก็เท่านั้น เอ็กซี่เด็กเกินไป อายุน้อยกว่าพ่อของเจ้าตัวในตอนที่สอบสัมภาษณ์เป็น
Kingsman ซะอีก และการตายอย่างปัจจุบันทันด่วนของลีก็ด้วย ความผิดพลาดของแฮร์รี่ทำให้ลีจากไปและเอ็กซี่ก็ต้องกำพร้าพ่อ
แฮร์รี่ไม่รู้ว่าเอ็กซี่โกรธหรือเปล่าในเรื่องนี้และไม่อยากให้เอ็กซี่เป็นเหมือนพ่อของเค้า แต่เหนือสิ่งอื่นใดแฮร์รี่เอาแต่พูดถึงลีโดยที่ไม่รู้ตัวเลย
เพียงเพราะต้องการเตือนใจตัวเองว่าต้องดูแลเอ็กซี่ให้ดีที่สุดเท่าที่เค้าจะทำได้
และอย่าให้มีจุดจบเหมือนคนที่จากไปในการทดสอบสุดท้ายที่ผ่านมาได้
แฮร์รี่ปิดฝาขวดเหล้าอยู่นานแล้วไม่ยอมหันกลับมาพูดกับเด็กหนุ่มสักที เอ็กซี่ที่นั่งทำหน้ายู่และหมดความซุกซนไปแล้วในที่สุด
ก็ยืดตัวตรงพร้อมกับอ้าปากเหมือนกำลังจะพูดบางอย่าง
“ก่อนหมด 24 ชั่วโมงของเธอ ฉันจะสอนอะไรให้อีกเล็กๆ น้อยๆ ” แต่แล้วเสียงของคนที่ดูจะสงบเงียบที่สุดก็เอ่ยขึ้นมาซะก่อน แฮร์รี่ค่อยๆ หันมา
“อะไรล่ะ?” เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้น พลันดวงตาของเอ็กซี่ก็ฉายแววเปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อเค้ากำลังจะเจอเรื่องน่าตื่นเต้น.............ใช่ ไม่ว่าจะเป็นอะไรแล้วสำหรับเค้า
แฮร์รี่จะทำให้มันน่าตื่นเต้นขึ้นมาได้เสมอ
“ยังก่อน รอพรุ่งนี้” แฮร์รี่ว่าพลางชี้นิ้วในมือข้างที่ถือแก้วใส่เค้า เอ็กซี่ลดเปลือกตา ความสนุกถูกกระชากกลับไปโดยปริยาย
เค้าแอบคิดในใจ........โด่
“แล้ววันนี้ผลงานผมเป็นยังไงบ้างในความคิดของคุณ ผมทำดีไหม?” จู่ๆ เด็กหนุ่มก็หวนนึกขึ้นได้ว่าแฮร์รี่ยังไม่ได้ตอบคำถามที่เค้าอยากรู้มากที่สุดเลย เอ็กซี่ถามออกไปพลางสองมือก็จับขอบเก้าอี้ตรงหว่างขา ยืดอกขึ้นอย่างเชิดชูและยิ้มแป้น
แต่แฮร์รี่กลับชะงักเหมือนโดนดึงไว้ ก่อนจะตอบกลับไปเรียบๆ ราวกับมีอะไรบ้างอย่าสะกิดใจเค้า
“พ่อของเธอจะต้องภูมิใจ
อย่างที่ฉันเคยภูมิใจในตัวเค้า”
“แต่นี่ผมนะ!” หลังจากกลัดกลืนมาได้สักพัก เอ็กซี่ก็โพล่งขึ้น “ผมเหลือเป็นหนึ่งในสองคนสุดท้ายนะ อย่างน้อยคุณก็น่าจะเลิกพูดถึงพ่อสักที.....”
เอ็กซี่กัดริมฝีปากแล้วรู้สึกว่าตัวเองแสดงสีหน้าไม่ดีออกไป
“.....แต่ใช่ว่าผมจะไม่รักพ่อนะ”
เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงอ่อนลง
เอ็กซี่ทิ้งตัวลงกับเก้าอี้แล้วหน้าเค้าก็เริ่มเบ้ น้ำตาเอ่อขึ้นมาในดวงตาที่เคยฉายแววซุกซนนั้น แต่ทว่าบัดนี้กลับหมองเศร้าอย่างน่าใจหาย คนที่โดนโพล่งใส่ชะงักเงียบไม่ได้ห้ามปรามการกระทำนั้นของเอ็กซี่แต่อย่างใด
“แต่พอวันนั้น วันที่คุณพาผมไปเลี้ยงเบียร์แล้วก็อัดไอ้เจ้าพวกนั้นซะน่วม
คุณทำผมอึ้งไปเลยรู้ตัวไหม?
ผมทึ่งมากที่ได้เห็นคุณทำแบบนั้นและหลังจากนั้นคุณก็ให้ชีวิตใหม่กับผม” เอ็กซี่กำหมัดแน่น
เพราะกำลังควบคุมตัวเองอยู่.......เค้าดูไม่เคยพูดอะไรแบบนี้มาก่อนจึงไม่รู้ว่าควรต้องทำอย่างไรแน่
แต่แฮร์รี่ก็ยังคงยืนฟังเค้าและมองเค้าผ่านแว่นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เอ็กซี่พูดต่อไป
“ผมไม่รู้ว่าเชื่อมั่นในตัวคุณตั้งแต่เมื่อไรหลังจากที่มันไม่เคยมีให้ใครมานานแล้ว แต่ว่าแฮร์รี่คุณเป็นคนเดียวที่อดทนกับผม ทุ่มเทกับผม แม้ผมจะงี่เง่ามากแค่ไหน ขนาดแม่ยังเคยไล่ให้ผมออกจากบ้านไปในตอนที่ผมไร้เหตุผลสุดๆ
ใส่เธอเสียด้วยซ้ำ ผมรักแม่กับน้องมากคุณก็รู้ใช่ไหม
แต่...บางทีผมก็ทำตัวเหมือนจะสติแตกแล้วก็น่ารำคาญ ถึงแม้จะเป็นแม่ก็ยังเคยทนไม่ไหวเลย
แต่คุณกลับ.....เอ่อ ” เด็กหนุ่มยกหลังมือขึ้นมาปาดน้ำตาแล้วยิ่งซุกคอเข้ากับแจ็คเก็ตลายเด่นตาของตัวเอง
แต่แฮร์รี่เป็นผู้ใหญ่มากพอ “ฉันก็ทำเหมือนๆ
กับพี่เลี้ยงคนอื่นๆ ที่พาเด็กของตัวเองเข้ามาก็เท่านั้น ฉันไม่ได้ดูแลอะไรเธอเป็นพิเศษ” ชายที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้องพูดแล้วจิบวิสกี้ต่อ แฮร์รี่พยายามไม่เดือดไม่ร้อนเรื่องที่เอ็กซี่ร้องไห้
“แต่เบอร์ลินบอกผมว่าคุณเดินมาดูผมผ่านกระจกสองด้านที่ห้องนอนนั่นทุกคืน และมองดูการฝึกซ้อมของผมในทุกๆ ครั้งที่เราออกไป....ผ่านโน๊ตบุ๊คของคุณเอง และบางครั้งคุณก็จะแอบมาดูด้วยตัวเองถ้าทำได้ในขณะที่
Kingsman คนอื่นๆ ไม่เคยมาดูดำดูดีเด็กๆ
ของพวกเค้าเลยสักนิด
แต่คุณกลับถามเบอร์ลินทุกอย่างเกี่ยวกับพัฒนาการของผม ถามเบอร์ลินว่าผมเป็นอย่างไรบ้าง โดนชาร์ลีแกล้งไปกี่ครั้งแล้ว......เบอร์ลินบอกผมทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ ทุกคำถามที่คุณถามเค้าเกี่ยวกับตัวผม”
เอ็กซี่ช้อนดวงตาฉ่ำน้ำและแดงก่ำของตัวเองขึ้นมาร่ายยาวใส่แฮร์รี่ เค้าไม่ชอบที่โดนโกหกใส่ แต่เค้าก็เป็นเด็กดีเสมอเวลาอยู่ต่อหน้าแฮร์รี่
เหมือนโดนสาดน้ำแก้วน้อยๆ ใส่หน้า ชายที่สวมแหวนที่นิ้วก้อยวางวิสกี้ลงกับโต๊ะด้านหลังและไม่พูดต่อเป็นเชิงยอมรับข้อกล่าวหาของเอ็กซี่...............ก็เรื่องมันแดงขนาดนี้แล้วยังจะต้องแก้ตัวไปทำไมกัน
แฮร์รี่ไม่ใช่เอ็กซี่ที่ยังอยู่ในวัยตีตัวไปได้น้ำขุ่นๆ
และเอ็กซี่ก็คงยังไม่โตพอที่จะเข้าใจความห่วงใยซึ่งอยู่ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้นของแฮร์รี่..........เอ็กซี่ไม่รู้ว่าเค้าถูกห่วงใยมากเพียงใด
อย่าตายเหมือนพ่อของเธอนะเอ็กซี่...........นั่นคือสิ่งที่ก้องอยู่ในใจของชายผู้ซึ่งมีฝีมือฉกาจฉกรรจ์ที่สุดคนหนึ่งของ
Kingsman และตัดสินใจดูรับผิดชอบชีวิตของเด็กหนุ่มตั้งแต่ยื่นข้อเสนอสุดแสนอันตรายนั้นให้แก่เจ้าตัว
เด็กหนุ่มที่นั่งแปะอยู่บนเก้าอี้ไม้บุเบาะหรูหรา จู่ๆ ก็ก้มหน้าลงมองพื้นแล้วพูดงึมงำแต่ทว่ากลับชัดเจนยิ่งเมื่อลอยมาเข้าหูอีกคนหนึ่ง
“.....ผมคิดว่าไม่มีใครสนใจจะรักผมแล้ว.....”
คราวนี้น้ำตาเอ่อล้นจนท่วมจอแล้ว เอ็กซี่ชันขากับเก้าอี้ขึ้นมาแล้วกอดเข่า
ซุกใบหน้าเปื้อนน้ำตาในอ้อมแขนของตนเอง
...........เค้าสู้อดทนผ่ามาถึงนี่และไม่อยากให้แฮร์รี่เห็นว่าเค้าอ่อนแอ ที่ทำทั้งหมดนี่ก็เพื่อให้แฮร์รี่ดีใจและภูมิใจในตัวเค้า...........
แต่น้ำตาเป็นสิ่งเดียวที่เอ็กซี่ห้ามไว้ไม่ได้ เค้ากอดตัวเองแล้วสั่นอีกเมื่อมีทีท่าว่าจะไม่ยอมหยุดง่ายๆ เอ็กซี่เงยหน้าขึ้นมา กลั้นหายใจแล้วเอ่ยสั้นๆ แต่ไม่มองหน้าแฮร์รี่
“อย่างน้อย....อึก....ผมก็ทำเพื่อคุณ
เพื่อแม่กับเดย์ซี่ด้วย ถ้าหากอยากให้ผมรู้สึกดีขึ้นก็ขอเพียงแค่อย่าพูดถึงพ่อก็พอ.....ฮึก...”
เอ็กซี่ซุกหน้ากลับลงไปในอ้อมแขนอีกครั้ง แฮร์รี่ที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งก็เร่งเดินเข้ามาหาเด็กหนุ่มของเค้าอย่างรวดเร็ว
แล้ววางมือลงลูบหัวของเอ็กซี่อย่างแผ่วเบา ทั้งรู้สึกเสียใจและสงสารที่เด็กหนุ่มถูกมองข้ามความรู้สึกไป...........ชายที่เป็นมือดีที่สุดของ
Kingsman ยอมรับเลยว่าตั้งแต่เด็กคนนี้เข้ามาอยู่ในความดูแลของเค้าแล้วทำให้ชีวิตที่มีแต่ความเสี่ยงและเคร่งเครียดนี้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาไม่น้อยเลย
............เด็กคนนี้เปรียบเสมือนแสงแรกของวันใหม่ที่แฮร์รี่จำเป็นต้องมี............
“เอ็กซี่ฉัน....” ชายที่ต้องการจะเข้ามาปลอบโยนจู่ๆ
ก็ถูกระงับประโยคด้วยการลุกขึ้นอย่างไม่บอกไม่กล่าวของเด็กหนุ่ม จู่ๆ เอ็กซี่ก็ลุกขึ้นมาถอยห่างจากมือที่พยายามเอื้อมมาจับของคนที่เค้าต้องการจะให้ภูมิใจในความสำเร็จของเค้ามากที่สุด
“ผะ ผมลืมเจบีไว้ที่นู่น ผมลืมไปว่าต้องรับมันมาด้วย.......เอ่อ ผมขอ....ขอตัวกลับไปรับมันก่อนล่ะกันนะครับ” เด็กหนุ่มก้มหน้าก้มตาไม่รับรู้สีหน้าเสียใจเป็นห่วงของอีกคน ก่อนจะเดินก้มหน้าก้มตาออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเจ้าของเคหะที่กดด่าตัวเองในใจว่าน่าจะยอมเปิดปากพูดกับเด็กคนนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิมอีกหน่อย
..............แต่เอ็กซี่ไปแล้ว และไม่รู้ว่าเมื่อไรจะกลับ...........
และร่างจ่อยของเด็กหนุ่มใส่หมวกฮิบฮอบก็ไม่ได้ไปไหนไกลเลย ทันทีที่ออกมาพ้นธรณีประตูเอ็กซี่ก็เดินหักหลบออกมาด้านข้าง นั่งลงบนเข่าตัวเอง กดผ่ามือเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นแล้วปล่อยโฮออกมาในที่สุด.........เพราะนานแล้วที่ไม่มีใครสามารถทำให้หัวใจอันขาดหายของเด็กหนุ่มอบอุ่นขึ้นมาได้ กระทั่งมันกลายเป็นเปราะบางไปในที่สุด และพอแฮร์รี่เข้ามาดูแลเค้า ก็ทำให้รู้ว่าความโดดเดี่ยวของเค้าไม่ได้มีเค้าเพียงคนเดียวที่เข้าใจมันอีกต่อไป..........แฮร์รี่ที่เข้าใจทุกสิ่งที่เค้าแบกรับอยู่ และพร้อมที่จะให้คำปรึกษาเค้าเสมอ
และเอ็กซี่ต้องการจะทำให้อีกคนภูมิใจในตัวเค้า แต่นั่นกลับกลายทำให้เค้าเป็นเหมือนเด็กงี่เง่าไม่รู้จักโต..............วิ่งตามคนอื่นเหรอ เอ็กซี่ไม่เคยคิดจะทำเลยสักครั้ง แต่แฮร์รี่เป็นคนเดียวที่เด็กหนุ่มศรัทธาและไว้ใจที่สุด เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่หัวใจอันแสนเปราะบางของเค้าจะกระทบกระเทือนได้ง่ายถึงเพียงนี้
เมื่อร้องไห้จนหมดน้ำตาที่จะไหลออกมาแล้ว เด็กหนุ่มก็ลุกขึ้น ออกก้าวเดินไปในที่สุด เอ็กซี่ไปรับเจบีที่สถาบัน เห็นมันนอนหงอยอยู่ตัวเดียว เอ็กซี่ยิ้มอย่างรู้สึกผิดแล้วอุ้มมันขึ้นมา
“ฉันขอโทษนะไอ้หนูที่ทิ้งแกไว้ตัวเดียว.....ไม่เอาน่า งั้นขอโทษที่เอาปืนจอหัวแกด้วยก็แล้วกัน” เอ็กซี่พูดติดตลกหลังจากที่ขอโทษแล้วเจบีไม่ยอมญาติดีด้วย เค้าต่อสายจูงก่อนจะพามันขึ้นรถประจำทางกลับไปหาแฮร์รี่ที่รออยู่ที่บ้าน โชคดีที่วันนี้คนไม่ค่อยเยอะเสียเท่าไรจึงมีที่นั่งมากพอให้เค้าได้เลือก เอ็กซี่นั่งอยู่ริมหน้าต่างในแถวหลังสุด มีเจบีนอนหมอบอยู่บนตัก เจ้าหมาพันธ์ปั๊กนอนมองตาที่บวมช้ำของเจ้าของด้วยสายตาเหงาหงอย เอ็กซี่ที่ท้าวแขนกับขอบหน้าต่างเห็นดังนั้นจึงยิ้มสมเพสกับตัวเอง
“อะไร ไม่ใช่เรื่องของแกน่า” ว่าเสร็จก็เป่าลมใส่หน้าคู่หูอย่างนึกอยากจะแกล้ง จนกระทั่งถึงป้ายที่เค้าจะต้องลงเอ็กซี่ปลดสายของเจบีออก
เพราะเดินจากป้ายไปไม่ถึงไมล์ก็เป็นบ้านของแฮร์รี่แล้ว เค้าต้องการให้เจ้าหมาผ่อนคลายบ้าง สองมือขาวๆ ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตเพื่อหนีอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเมื่อย่ำค่ำ เจบีวิ่งเหยาะๆ นำหน้าไป มันรู้ว่าจุดหมายปลายทางอยู่ที่ไหน
“โว่....ใจเย็นหน่อยไอ้หนู แกจะรีบไป.....เอ่อ
คุณยายเป็นอะไรรึเปล่าฮะ?” ริมฝีปากอิ่มที่เผยอน้อยๆ
กำลังว่าปรามหมาน้อยที่วิ่งหลุนๆ นำหน้าเค้าไป
แต่แล้วภาพด้านข้างของเค้าก็สะกิดสายตาเด็กหนุ่มไม่น้อยเลย มีคุณยายท่านหนึ่งกำลังพยายามคลำหาอะไรบางอย่างอยู่
เอ็กซี่เดินเข้าไปช่วยและถามด้วยความเป็นห่วง พลันเมื่อไปถึงข้อมือเหี่ยวย่นก็คว้าขึ้นมาจับเข้าที่แขนแข็งแรงที่ยื่นเข้าไปหวังจะช่วยเหลืออย่างหาที่พึ่ง คุณยายคนนั้นใส่แว่นที่เอียงกระเทเล่
“โอ้ พ่อหนุ่ม....มือถือของยายหาย พอจะช่วยยายหาหน่อยได้ไหมจ๊ะ” ยายคนนั้นพูดเสียงอ่อนวอนและดูเหน็ดเหนื่อย เอ็กซี่พยักหน้าช้าๆ........อ๋อ ที่แท้ก็ความหามือถือของตัวเองอยู่นี่เอง
ว่าแต่ยายก็ไฮเปอร์เหมือนกันนะเนี่ย
เด็กหนุ่มคิดยิ้มๆ ก่อนจะเดินออกห่างไปสามสี่ก้าวแล้วเดินกลับมาพร้อมกับของหายอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ
“ทำของหายในที่มืดแบบนี้ไม่ดีนะครับคุณยาย
ผมว่าเค้าน่าจะติดไฟริมถนนเพิ่มอีกสักหน่อย” เอ็กซี่วางพลางยื่นของที่หญิงแก่ตามหาคืนไปให้ แต่เค้าก็สังเกตเห็นบางอย่างเคลื่อนไหวที่หน้าจอ
.............สัญลักษณ์บริษัทของวาเลนไทน์...........
มันวิ่งปรากฏไปมาบนหน้าจอมือถือของคุณยายราวกับสัญญาณบอกเปิดปิดเครื่องมือสื่อสาร แต่ก่อนที่เอ็กซี่จะทันรู้ตัวว่ามันคืออะไรก็ไม่ทันเสียแล้ว เด็กหนุ่มรู้สึกหูอื้อและโลกหมุนกลับ
แต่เค้าก็ไวพอที่จะปาโทรศัพท์ลงพื้นแล้วกระทืบเสียเพราะรู้สึกได้ถึงสิ่งที่ดังหึ่งๆ
ออกมาจากโทรศัพท์
วาเลนไทน์เป็นคนที่ Kingsman กำลังจับตาดูอยู่ ถ้าหากเป็นอะไรที่มาจากวาเลนไทน์นั้นก็ต้องระวังตัวหมดทั้งสิ้น
“คุณยาย....” เอ็กซี่โดนคุณยายพาดกระเป๋าใส่หน้าอย่างแรงหลังจากพยายามเอ่ยถาม จนไม่แน่ใจว่านี่คือแรงของหญิงชราอายุปูนนี้จริงหรือ............สัญญาณมรณะของวาเลนไทน์เพิ่มพลังแห่งการล้างผลาน เอ็กซี่ทำหน้ามึนงง เค้าไม่รู้เรื่องนี้
แต่สัญชาตญาณบอกเค้าว่านี่ไม่ใช่หญิงแก่คนนั้นและเธอเปลี่ยนไปเพราะวาเลนไทน์
คุณยายยังคงไม่หยุดกระหน่ำทำร้ายเค้า เด็กหนุ่มที่เริ่มรู้สึกแปลกๆ กับตัวเองก็ต่อยกลับเข้าไปที่หน้าของหญิงแก่เต็มๆ
และเค้าก็รู้สึกประหลาดใจมากขึ้นไปอีก เมื่อพบว่าตัวเองไม่รู้ว่าสามารถต่อยคนสลบได้ในมัดเดียวไปตั้งแต่เมื่อไร
................แต่นี่มันคนแก่! ................
และเอ็กซี่อยากที่จะกระทำการรุนแรงอีก เค้าอยากมีเรื่องและรู้สึกพลุ่งพล่านในร่างกายแปลกๆ
เด็กหนุ่มผู้มีจิตใจซื่อตรงตัดสินใจวิ่งกลับไปหาแฮร์รี่ที่รอการกลับมาของเค้าอยู่ที่บ้าน.........บางทีแฮร์รี่อาจจะรู้ว่าเค้าเป็นอะไร เจบีที่นั่งรอเอ็กซี่อยู่ไม่ห่างก็ห่อตะบึงตามไปด้วย
เค้าอยากต่อย อยากต่อยอีก......จะเตะหน้าฟาดโต๊ะใส่ใครก็ได้ขอแค่ให้ความร้อนและอารมณ์พลุ่งพล่านนี้หายไป........แต่แล้วเด็กหนุ่มก็ต้องรู้สึกมึนงงและไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองนั้นรู้สึก
นี่เค้ากำลังจะวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากแฮร์รี่นะ จะไปต่อยใส่แฮร์รี่ได้อย่างไรล่ะ เอ็กซี่พยายามต่อสู้กับความอยากแปลกประหลาดของตัวเอง และเมื่อไปถึงเค้าล้มพับคาประตูทันทีที่เปิดเข้าไป
แฮร์รี่ที่นั่งรออยู่อย่างใจเย็นตกใจมากที่เห็นแบบนั้นแล้วรีบเข้ามาดูเอ็กซี่ที่มีเหงื่อเกาะอยู่ตามขมับอย่างเป็นห่วง
...........ไม่ เค้าจะไม่ทำร้ายแฮร์รี่.........
“เอ็กซี่เป็นอะไรไหม” แต่ไวกว่าสมองที่เริ่มเบลอของเค้า เด็กหนุ่มพาดท่อนแขนลงบนต้นคอของชายที่ทรุดตัวลงมาดูอย่างรวดเร็ว แฮร์รี่ยกแขนขึ้นมาป้องการโจมตีของเอ็กซี่ไว้ ชายที่รอการกลับมาของเด็กหนุ่มรู้สึกแปลกใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเจ้าตัวเลย แฮร์รี่ไม่อยากจะเชื่อว่าการที่เค้ามองข้ามความรู้สึกของเอ็กซี่ไปจะทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกแย่และโกรธเค้าถึงเพียงนี้...........แต่เอ็กซี่ไม่ได้ตั้งใจ
เด็กหนุ่มที่เริ่มเสียการควบคุมพยายามต่อสู้กับตัวเอง
และผลักคนที่เข้ามาช่วยเค้าให้ออกไป “แฮร์รี่
อึก....อย่าเข้ามาใกล้ผม!” เอ็กซี่ว่าแล้วเกาะประตูพยุงตัวเองไว้........เค้ารู้สึกแย่ที่ทำร้ายแฮร์รี่ เค้าไม่อยากทำร้ายแฮร์รี่เลย
“เธอหมายความว่าไง?” แฮร์รี่ว่าเสียงดัง
ในขณะที่เอ็กซี่พุ่งเข้ามาหาเค้าและประตูก็ปิดลง
“ผมบอกว่า....อ้า..” เด็กหนุ่มบังคับตัวเองให้เบี่ยงไปทางด้านข้างเพื่อไม่ให้โดนแฮร์รี่
“.....ให้ถอยไป!” คราวนี้เอ็กซี่ยกมือขึ้นหมายจะทุบไปที่คนด้านข้าง แต่แฮร์รี่ก็ใช้มือรับไว้แล้วเหวี่ยงมันออก
เอ็กซี่กระเด็นและเค้ารู้สึกขอบคุณแฮร์รี่ที่ไม่ยอมให้เค้าทำร้าย
“เธอเป็นอะไรไป” แฮร์รี่พูด ในสายตามีแววเป็นห่วงและเตรียมตั้งท่า
เอ็กซี่อึกอักพยายามเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งหนึ่งแต่เค้าก็วิ่งใส่แฮร์รี่ไม่หยุด
“ผมไม่รู้ ผมเก็บมือถือให้คุณยายคนหนึ่งแล้วมันก็.....แฮร์รี่!” เสียงที่ฟังดูหวาดกลัวดังขึ้นเพื่อเตือนให้อีกคนหนึ่งหลบออกไป
แฮร์รี่ถอยและจำกัดการเคลื่อนไหวของเอ็กซี่ไปพลางๆ
“ยายคนนั้นทำอะไรเธอ!”
“ปละ เปล่า เธอไม่ได้ทำ.....แต่มือถือของเธอมีสัญลักษณ์บริษัทของวาเลนไทน์วิ่งอยู่ ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ผมไม่รู้” เอ็กซี่ร้องเสียงสั่นอย่างหวาดกลัว เมื่ออยู่ต่อหน้าแฮร์รี่แล้ว ในสภาพการณ์เช่นนี้เค้าไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร
และเริ่มวิตกกังวลกับตัวเอง
“วาเลนไทน์หรือ?” แฮร์รี่เอ่ยทวนคำ
“ช่าย....โอ้ เฮ้ ระวัง.....คือ แล้วที่นี้ผมก็รู้สึกแปลกๆ
เหมือนอยากจะฆ่าคนขึ้นมาซะอย่างนั้นน่ะ
ผมไม่อยากทำร้ายคุณนะแฮร์รี่
ไม่อยากทำร้ายใครทั้งนั้น
ได้โปรดเถอะช่วยผมที!” เอ็กซี่ส่งเสียงอ้อนวอนแต่การกระทำเค้ากลับสวนทางและเป็นไปอย่างบ้าคลั่ง
“งั้นสัญญาณโทรศัพท์ในซิมเค้าก็ทำอะไรบ้างอย่างกับเธอ”
แฮร์รี่กล่าวในขณะที่พยายามไม่ทำให้เอ็กซี่เจ็บตัว.........แต่ว่าเจ้าหนูจอมยุ่งตอนนี้กลายเป็นพวกซาดิสแอนด์มาโซคิสไปซะแล้ว
แต่กระนั้นเด็กหนุ่มก็ถือว่าต่อต้านสัญญาณนั่นได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียวเพราะเค้ายังคงสามารถมีสติสื่อสารกับแฮร์รี่ได้ แต่ทว่าเรื่องความประพฤติเค้าตอนนี้คงต้องให้แฮร์รี่ช่วยจัดการ
“โอ้ แฮร์รี่ให้ตายเถอะ
ผมจะถล่มบ้านคุณพังอยู่แล้วนะ.......จะทำอะไรกับผมก็ได้ ได้โปรดเถอะ! ไม่ต้องกลัวผมร้องเจ็บหรอกน่า!” เอ็กซี่เว้าวอนและโวยวายในตอนท้าย
ถ้าทำได้เค้าอยากจะต่อยตัวเองเสียให้สลบไปเลยเสียจริงๆ
ดังนั้นจึงมีแต่เพียงแฮร์รี่คนเดียวแล้วที่ช่วยเค้าได้
“งั้นก็อย่าว่ากันนะ” คนที่เก่งกว่าเด็กหนุ่มในทุกๆ
ด้านพูดพลางส่ายหน้าช้าๆ แล้วช็อตไฟฟ้าที่แหวนใส่เด็กหนุ่มเข้าอย่างจัง เอ็กซี่ตัวงอและทรุดลงไป แฮร์รี่จึงก้มตัวลงแล้วดันเด็กหนุ่มขึ้นบ่า
ก่อนจะแบกคนที่ซึ่งเริ่มอ่อนแรงขึ้นไปบนชั้นสอง............
.
.
*************************************************************************
.
.
-- ที่ฐานลับของวาเลนไทน์ –
ชายผิวสีแต่งตัวฮิพฮอพไม่ซ้ำวันที่กำลังพาดขากับขอบโต๊ะไฮเทคที่สามารถสั่งการได้แม้แต่ปลายนิ้วสัมผัส วาเลนไทน์กำลังเงี่ยหูฟังคำอธิบายเกี่ยวภาพซึ่งปรากฏอยู่บนจอภาพขนาดใหญ่มหึมาที่แสดงภาพของกลุ่มคนที่ทะเลาะวิวาทกันอย่างเอาเป็นเอาตาย มีหญิงสาวที่ทำหน้าเรียบเฉยไม่ยินดียินร้ายยืนอยู่ไม่ห่างจากเค้า นิ้วมือทั้งสิบของเธอสัมผัสอยู่บนแผงควบคุมบนโต๊ะ
อธิบายาภาพบนจอ และรอคำสั่งต่อไปของวาเลนไทน์
เธอดูไม่ยินดียินร้ายอะไรเลยที่เห็นคนบริสุทธิ์พวกนั้นบ้าคลั่งและทำร้ายกันเอง เพราะเธอด้านชา เนื่องจากช่ำชองมากในการฆ่า......เธอคืออีกอาวุธหนึ่งของวาเลนไทน์
“อ่า ใช่เลย มันสวยงามมากเลยใช่ไหม” วาเลนไทน์ยิ้ม และพูดไปด้วย
แม้เค้าจะไม่เห็นเองก็เถอะ
วาเลนไทน์หันหลังให้จอ ก่อนจะยืดตัวตรงแล้วถอนหายใจอย่างผ่อนคลาย
“เอาล่ะเกรซี่.....เราทดสอบพอแล้ว เก็บความเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่เอาไว้ให้โลกดูพร้อมกันดีกว่า โอ๊ะ คงจะไม่สินะ เพราะพอถึงตอนนั้นคงจะไม่มีใครว่างดูอยู่หรอกว่าไหม
ฮ่าๆๆๆ” วาเลนไทน์หัวเราะรวน เค้าเป็นคนขวัญอ่อนกลัวเลือดแต่หัวรุนแรงเลยไม่สามรถดูภาพคนฆ่ากันได้
แต่ก็มีอารมณ์บ้ามากพอที่จะคิดฆ่าคนเกือบทั้งโลก
เกรซี่ตวัดสายตามองวาเลนไทน์เล็กน้อย
ก่อนจะหลุบตาลงแล้วจรดนิ้ว ระงับการปล่อยสัญญาณของวาเลนไทน์อินดัสทรี ในบริเวณที่พวกเค้าเลือกจะทดลอง
และคนที่โดนสัญญาณเหล่านั้นครอบงำคงจะคืนสู่สภาวะปรกติในไม่ช้า............
.
.
****************************************************************************
แต่มันกลับช้าเกินไปสำหรับเอ็กซี่ เด็กหนุ่มยังคงมีทีท่าว่าจะต่อต้านแฮร์รี่อีก ก่อนชายที่แบกเค้าขึ้นมาจะผลักประตูห้องๆ
หนึ่งเปิดผ่างออกแล้วโยนเอ็กซี่ลงบนเตียงอย่างแรง
ตุ้บ!!
“อ๊าา!” เด็กหนุ่มร้องออกมา
เมื่อตัวเค้ากระแทกกับเตียงขนาดกลางที่อยู่เกือบกลางของ.......
เอ็กซี่เบิกตากว้าง
นี่ห้องของแฮร์รี่!
.
.
.
TBC.
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ดูเหมือนว่าไรท์เขียนเรื่องอะไรก็สปอยล์ตลอดเลยค่ะ
-_-“ -^- อร้ายยยยย พาเอ็กซี่มาห้องทำไมคะลวงงงงงงงงง >{}< ลุงคิดอะไรอยู่คะ!? ฮืออออ //ทำเสียงหื่น -..- // รีดๆ พอจะรู้กันแล้วชิมิเคอะว่า SF
เรื่องนี้เรทอัลไลลล 55555
ส่วนใครที่เคยดูแล้วก็จะเข้าใจค่ะ
ว่าสัญญาจากซิมแจกฟรีของวาเลนไทน์นั้นเป็นอย่างไร
มันทำให้คนคลั่ง อิตาวาเลนไทน์เนี่ยความคิดชั่วร้ายสิ้นดีเลยค่ะ
เป็นคนชั่วแต่ดันกลัวเลือดเห็นใครตายแบบเลือดกระจายต่อหน้าไม่ได้ ไรท์กลุ้มเลยค่ะ......เข้าใจสร้างตัวร้ายจริงๆ
เลย ผับผ่าสิ -_-“
เฮื่ออออออ Part หน้าจิเป็นอย่างไร ติดตามชมนะคะ >< รักรีดทุกท่านมากเลยนะเออ
ด้วยรักและแรงหื่น
Ray - Aund
2 ความคิดเห็น:
เดี๋ยวนะ พอจะเอาคีย์บอร์ดต่อไอแพดได้มะ... แบบพิมพ์ยาวๆ ไม่ชินจริงๆ
สงสัยอยู่ว่าพวกที่ทำงานเปืนแบ๊คให้ภาคสนามอย่างเมอร์ลินนี่พิมพ์พรึบๆ ขนาดนั้นได้ยังไง
ความจริงอ่านเมื่อคืนแล้วค่ะ แต่พึ่งได้เม้นท์ตอนนี้ โฮวววววว~
หนึ่งเดือนกว่าของการรอฟิค โฮวววววววว *วิ่งกอดไรท์
ปฟเกห้กหห้อา้ว่วนีาวฟหง ก็เข้าใจนะว่าลุงห่วงเอ็กซี่ แต่พูดถึงแต่พ่อเอ็กซี่นี่ก็แอบน้อยใจเนอะ... (ถึงจริงๆ จะแอบหมั่นไส้อิหมาอ้อยก็เหอะ แต่ก็สงสารมัน ...แต่ก็หมั่นไส้มัน... โอยยยย)
เอ็กซี่...เจบีเกลียดนายแหละ (เอ็กซี่ : เกี่ยว?) นี่ก็ยังอุตส่าห์ไปเอาเจบีมา รู้นะกะเอามาเป็นพยานรักใช่มะอิอ้อย? น่าถ้ามิสเตอร์ฟิคเคิ้ลยังมีชีวิตอยู่แกคงขนมันไปเป็นพยานรักทั้งคู่สินะ... (เอ็กซี่ : ทำไมตูเป็นเคะคนเดียวที่โดนนังรีดคนนี้มันด่า...) แต่ชั้นสงสารแกนะเอ็กซี่เวลาจะร้องไห้ไรงี้มันน่าเข้าไปปลอบมากอะ *กอดๆ
ลุงขาาาาาาาา ลุงอย่าไปหลงกลลูกไม้การอ่อยของนังอ้อนมันนะคะ...(เอ็กซี่ : ชั้นเป็นเคะคนเดียวที่โดนแบบนี้จริงๆ ด้วย!) แต่ถ้าลุงเป็นไปแล้วก็ ขอแรงๆนะคะ (ลุง: เดี๋ยวนะ) ก็ไหนๆ เอ็กซี่ก็เสนอแล้ว ลุงก็สนิงนีสสสส หน่อยละกันนะคะ โฮะๆๆๆๆๆๆ
แต่นะไรท์ทำร้ายมากกกกก ดูไรท์ค้างตอนจบดิ ง่าาาาาาาาาาาาา
เอาตอนต่อไปมาเดี๋ยวเน้!!!!!!!! ชริๆๆ ถึงจะเคืองที่ค้างไว้งี้ก็เหอะ แต่ก็ขอบคุณมากๆๆๆๆ เลยนะคะ อุตส่าห์แต่มาให้อ่านกันแบบนี้ โฮววววววววว~ รักไรท์ *จูบบบบ
กรี๊ดดดด หายไปนานเลยเรา จริงๆเราติ่งคู่นี้มาสักพักล้ะ แต่ไม่ค่อยมีเวลาอ่านเท่าไรเพราะติดบอล 5555555
แต่ก็ยังหาอ่านบ้างนิดๆ แต่เราอ่านอิ้งน้ะ เพราะไทยมันไม่ค่อยมีคู่นี้เท่าไร ส่วนมากจะแฮร์รี่เมอร์ลินไรงี้มากกว่า ไม่ฟินๆ 5555555
เอ็กซี่น่ารักกกก เด็กน้อยมาก ดูอ้อนๆ แบบอยากถูกชม มีหึงด้วย น่ารักกก ลุงก็ใจแข็งจริงๆ
เป็นเราเอ็กซี่โดนกดตั้งแต่หน้าประตูล้ะ กริ๊สสสส //ฉันพิมพ์อะไรไป
ตอนต่อไปมีกดแน่ๆ มาโผล่บนเตียงทั้งที 5555555
ตัดจบได้ทำร้ายมากค่ะ คึคึ
//โบว์
แสดงความคิดเห็น